วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2553
การเลี้ยงปลานิลในกระชังด้วยมูลแพะ
................ เพื่อศึกษาแนวทางการใช้มูลแพะให้เกิดประโยชน์สูงสุด และศึกษาการเกื้อกูลกันต่อการเลี้ยงสัตว์แบบบูรณาการ ของศูนย์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีปลวกแดง ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
วัตถุประสงค์
..............1. เพื่อศึกษาผลตอบแทนรายได้ทางเศรษฐกิจที่ไม่จำเป็นต้องใช้ต้นทุนที่สูง
..............2. เพื่อศึกษาแนวทางการใช้ประโยชน์จากมูลแพะ
..............3. เพื่อศึกษาวิจัยการใช้ประโยชน์ของมูลแพะในรูปแบบสร้างมูลค่าเพิ่ม
เป้าหมาย
..............1. สามารถใช้มูลแพะเลี้ยงปลาชนิดกินพืชได้จริง
..............2. สามารถสร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกรผู้ปฏิบัติ
..............3. สามารถผลิตแหล่งโปรตีนจากปลาที่มีคุณภาพ
ระยะเวลาโครงการ 1 พฤษภาคม 2550 – 1 พฤษภาคม 2551
สถานที่ศึกษา พื้นที่โครงการศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงศูนย์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีปลวกแดง
มูลแพะ
................... มูลแพะอาจจะถูกใช้ทำปุ๋ย หรือใช้เป็นแหล่งเชื้อเพลิงสำหรับเกษตรกรในชนบท ประมาณว่าแพะขนาด 18 กิโลกรัม สามารถผลิตมูลได้ 47 กิโลกรัมต่อปี ซึ่งในมูลแพะนี้จะมีธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม อยู่ประมาณร้อยละ 15, 15 และ 3 ตามลำดับ
ชนิดของมูลสัตว์
Water Content
สารอาหารหลัก (%)
Nitrogen (N
Phosphate (P)
Potash (K)
วัว ม้า
60-80%
5.4-6.4
2.3-4.5
4.5-5.4
แกะ หมู แพะ
65-75%
4.5-9.5
3.2
5.9-8.6
คุณค่าของมูลแพะทางวิชาการ
ตารางแสดงปริมาณธาตุอาหารเฉลี่ยสำหรับพืชที่มีในมูลสัตว์แห้งชนิดต่างๆ
ที่มา: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐมร่วมกับ.สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครปฐม
รายละเอียดการเลี้ยงปลานิลด้วยมูลแพะ
เริ่มต้นโครงการ 1 พฤษภาคม 2550
ระยะเวลาการทดลอง 1 พฤษภาคม 2550 – 1 พฤษภาคม 2551
เดือนที่ทดลอง
ปริมาณมูลแพะที่ใช้
ขนาดและจำนวนปลานิล
สุ่มน้ำหนัก
ครั้งที่ 1
สุ่มน้ำหนัก
ครั้งที่ 2
สุ่มน้ำหนัก
ครั้งที่ 3
สุ่มน้ำหนัก
ครั้งที่ 4
หมายเหตุ
1 พ.ค.50
2% / จำนวนปลา
0.5 กก./1,000 ตัว/วัน
40 ตัว/กก.(1,000 ตัว)
1 ก.ค.50
เพิ่ม 2%
0.8 กก./วัน
25-30 ตัว/กก.
1 ต.ค.50
เพิ่ม 3%
1กก./วัน
15-20 ตัว/กก.
1 ม.ค.51
เพิ่ม 3%
1.2 กก./วัน
7-10 ตัว/กก.
1 พ.ค.51
หมายเหตุ จากการนำปลานิลขนาด 7-10 ตัว/กก. ทำการศึกษาซาก พบว่าปลานิลมีสภาพสมบูรณ์ ไม่ผอม เจริญเติบโตเป็นไปอย่างธรรมชาติ เนื้อมีมันแทรก
..................รสชาติดี ไม่มีกลิ่นแปลกปลอม (กรณีปรุงอาหาร)
ที่มา
http://www.dld.go.th
วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
การเลี้ยงปลานิลแบบผสมผสาน
คำนำ การเลี้ยงปลาในนาข้าว หรือการเลี้ยงปศุสัตว์ เช่น สุกร เป็ด ไก่ และการเลี้ยงปลาร่วมกับปลานั้น เกษตรกรในประเทศไทยและต่างประเทศได้ปฏิบัติกันมานานแล้วเช่น จีน ไต้หวัน ฮ่องกง ญี่ปุ่น รวมทั้งบางประเทศในยุโรปตะวันออก เช่นฮังการีประเทศเหล่านี้ต่างยอมรับว่า ระบบการผลิตสัตว์น้ำและสัตว์บกที่ผสมผสานกันนี้เอื้ออำนวยประโยชน์ให้แก่กันเป็นอย่างดี นับเป็นระบบการผลิตทางการเกษตรที่มีประสิทธิภาพสูงมากระบบหนึ่ง | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
นอกจากปลาทั้งสองชนิดที่ใช้เป็นหลักในการเลี้ยงร่วมกับสุกรแล้ว อาจปล่อยปลาประเภทกินแพลงก์ตอน เช่น ปลาไน ตะเพียนทอง ยี่สกเทศ ปลาซ่ง ลิ่น หรือนวลจันทร์เทศ เลี้ยงรวมได้อีกจำนวนหนึ่งตามความเหมาะสม ส่วนปลากินพืช เช่น ปลาตะเพียนขาว เมื่อปล่อยลงเลี้ยงรวมด้วยจะมีอัตราการรอดตายต่ำ
ที่มา www.nicaonline.com | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||